บันทึกเรื่องราว สืบสาวความจริง ทิ้งไว้ให้ลูกหลาน.
Save the stories. Investigate the truth. Give to the next generation.


19 พฤศจิกายน 2552

<<< แนวทางการต่อสู้แบบ หลิว - เติ้ง >>>

ในระหว่างสงครามปลดปล่อยประชาชน
ซึ่งเป็นสงครามกลางเมืองของจีน
ระหว่างกองทัพของเหมา เจ๋อตุง
กับกองทัพของรัฐบาลเจียง ไคเชก
กองทัพเหมา ช่วงต้นๆ
ตกเป็นรองกองทัพฝ่ายรัฐบาล
กองทัพของเหมาแยกออกเป็นหลายสาย
สายหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในภายหลัง
คือสายหลิว - เติ้ง
ซึ่งมีแกนนำหลัก 2 คนคือ
หลิว ป๋อ กับ เติ้ง เสี่ยวผิง
ซึ่งแนวคิดในการทำศึกก็คล้ายๆ กัน
และเขาทั้งคู่ก็เรียกสายของเขาว่า หลิว - เติ้ง
ผมเลยขอเรียกว่าแนวทางการต่อสู้แบบ หลิว - เติ้ง
คงเก็บมาเล่าเฉพาะบางตอนที่อยากจะนำเสนอเท่านั้น
เพราะพึ่งดู VCD ได้ ไม่กี่ตอน คงยังเล่าหมดทั้งเรื่องไม่ได้

1 ในแนวทางการต่อสู้ของ หลิว - เติ้ง ก็คือ
ห้ามคนในกองทัพของเขา
ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน
เช่นการไปปล้น ข่มขืน อะไรพวกนี้
มีอยู่ตอนหนึ่งคือตอนที่กองทัพของหลิว - เติ้ง
หนีการไล่ล่าจากกองทัพรัฐบาลเจียง ไคเชก
โดยยอมทิ้งอาวุธปืนใหญ่และรถบรรทุกทั้งหมด
ท่ามกลางการคัดค้านของเหล่าแม่ทัพ
และทหารที่ร่วมสู้รบ
แต่หลิว - เติ้งก็สั่งให้ทำ
เพราะว่าเขาเลือกเส้นทางหนีลงใต้
มาตามเส้นทางที่เป็นโคลน
เพื่อไม่ให้กองทัพฝ่ายรัฐบาลตามมาทัน
แต่ติดปัญหาตรงพวกรถบรรทุกหรือปืนใหญ่
ที่มักจะติดหล่มทำให้เคลื่อนไปข้างหน้าช้ามากๆ
หลิว - เติ้ง บอกทหารทำนองว่า
เราจะไปหาใหม่หรือจะไปสร้างกองทัพขึ้นมาใหม่
คือเขาเอาคนให้รอดจากการถูกตามล่าก่อน
ท่ามกลางความเสียดายของเหล่าทหาร
เพราะอาวุธก็คือสิ่งจำเป็นที่สุดในการรบ
จะให้มาระเบิดทิ้งต่อหน้าต่อตา
ก็มีอาการต่อต้านกันขึ้นมา
สุดท้ายก็ยอมระเบิดทิ้ง
แล้วมุ่งหน้าลงใต้ไปถึงเมืองหนึ่ง

พอไปถึงปรากฏว่า
เมืองนั้นได้กลายสภาพเป็นเมืองร้างไปเรียบร้อยแล้ว
เพราะพอชาวบ้านรู้ข่าวว่ากองทัพแดงจะผ่านมา
ก็พากันอพยพขนของหนีไปกันเกือบหมด
เหลือไว้แต่คนแก่ๆ ไม่กี่คนไว้เฝ้าบ้าน
ซึ่งกองทัพแดงบางพวกก็คงไปสร้างวีรกรรมอะไรไว้
เมื่อกองทัพเติ้งมาถึงเมืองนี้
ท่ามกลางสายฝนตกหนักตลอดเวลา
ทุกคนเปียกแฉะไปหมด
แต่เติ้งแทนที่จะไปยึดบ้านร้างให้ทหารพัก
เขากลับสั่งให้ตั้งค่ายนอกเมือง
และออกกฏห้ามทหารไปปล้น
หรือไปทำร้ายชาวบ้าน

แต่ก็มีทหารคนหนึ่งแหกกฏ
ไปทำตัวเหมือนปล้นชาวบ้าน
คือไปเอาของมาแบบไม่จ่ายเงินอะไรประมาณนั้น
พอ หลิว - เติ้ง ทราบข่าว
ก็สั่งให้ประหารชีวิตทหารหนุ่มคนนั้น
ท่ามกลางการขอร้องให้ไว้ชีวิต
ของเหล่าแม่ทัพนายกอง
และบรรดาทหารด้วยกัน
แต่ หลิว -เติ้ง ก็ยังยืนยันว่า
จะทำตามกฏที่ให้ไว้
ในวันที่มีการประหารชีวิต
ชาวบ้านมามุ่งดูและเกิดสงสาร
เพราะเห็นว่าความผิดไม่ได้มากอะไร
และของที่เอาไปก็ไม่มาก
แต่ หลิว - เติ้ง ก็ยังยืนยันให้ทำตามกฏ
หลังจากนั้นเขาทั้งคู่ และบรรดาทหารทั้งหมด
ก็มาทำพิธีศพให้กับทหารคนนั้น
แล้วจากเมืองนั้นไป

ในความคิดผม
แม่ทัพที่น่าเอาอย่าง
น่าจะเป็นเติ้ง เสี่ยงผิงมากกว่าเหมา เจ๋อตุง
เหมาใจร้อน หูเบา
หลายครั้งทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย
ในช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรม
เติ้งและสหายจำนวนมาก
ไม่ถูกจำคุกก็โดนฆ่า
จากฝีมือพวกเรดการ์ด
ที่มีเมียของเหมาคุม
ในช่วงยุคแก๊งส์ 4 คน
และเหมายังทำผิดพลาดอีกหลายอย่าง
คนที่มาตามแก้คือ เติ้งเสี่ยงผิง
แต่ก็พอยกย่องได้ว่า
เหมาเป็นผู้นำในการรวมชาติจีนได้
แต่เรื่องอื่นผมดูแล้วว่าไม่ได้เรื่อง
ช่วงหนึ่งกำหนดนโยบายผิดพลาด
จนประชาชนอดอยากล้มตายหลายสิบล้านคน
จนเกิดลัทธิกินมนุษย์ด้วยกัน
และได้เติ้งนี่แหล่ะที่โดนไล่ไปเป็นกรรมกร
ทั้งๆ ที่ช่วยรบจนชนะในสงครามปลดปล่อยประชาชน
พอกลับมาเช็ดขี้เยี่ยวที่ทำไว้
ก็โดนใส่ร้ายเพราะคงกลัวจะมาแย่งอำนาจ
จนต้องติดคุกอยู่หลายปี
รอจนวันเเหมาตาย
ลูกน้องที่ร่วมรบกันมาคงทนไม่ไหว
ไปวางแผนล้มพวกแก๊งส์สี่คนได้สำเร็จ
และเติ้งก็กลับมาวางรากฐาน
ทำให้จีนมีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในวันนี้

จะเห็นว่าบางคนเก่งการสู้รบในสงคราม
แต่ต้องมาตกม้าตายพ่ายแพ้ต่อเกมการเมือง
เพราะเสเสร้งไม่เป็นและเชื่อใจคนมากเกินไป
สู้พวกปากหวานสอพลอไม่ได้
เลยแทบเอาชีวิตไม่รอด
เห็นมาเยอะแล้ว

โดย มาหาอะไร