บันทึกเรื่องราว สืบสาวความจริง ทิ้งไว้ให้ลูกหลาน.
Save the stories. Investigate the truth. Give to the next generation.


24 กันยายน 2553

<<< ถ้าเป็นฝ่ายรุกเปิดศึกหลายด้านได้ก็จะดี แต่ถ้าเป็นฝ่ายรับอย่าเปิดศึกหลายด้าน >>>

เรื่องนี้สังเกตุจากเหตุการณ์นองเลือดที่ผ่านมา
ในช่วงการกระชับพื้นที่จะเห็นได้ชัดว่า
ฝ่ายเสื้อแดงเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่บริเวณราชประสงค์และรอบๆ
ฝ่ายข้าศึกก็จะอยู่บริเวณรอบนอกล้อมฝ่ายเสื้อแดงไว้อีกทีหนึ่ง
คล้ายๆ ถูกล้อมเมืองเอาไว้ ยังงั้นแหล่ะ
คราวนี้จากชัยภูมิจะพบว่า ข้าศึกมาจากหลายทิศ
ล้อมเอาไว้และสลับผลัดเปลี่ยนในการลุยแต่ละทิศ
บางทีก็พร้อมกัน จนทำให้การตั้งรับ
ของฝ่ายเสื้อแดงต้องเปิดศึกหลายด้าน
และคนที่ไปสู้ตายแถวแนวหน้าอย่างกล้าหาญ
มีจำนวนหลายพันคน แต่ด้วยต้องทำศึกหลายได้
จึงต้องแบ่งกระจายไปด้านละไม่น่าเกินพัน
ที่ไปยันไว้ทุกๆ ด้าน ซึ่งฝ่ายข้าศึกรุกโดยเปิดศึกหลายด้าน
ทำให้ฝ่ายเสื้อแดงต้องตั้งรับหลายด้าน
หรือเปิดศึกหลายด้านไปโดยปริยาย
ซึ่งทำให้เสียเปรียบเรื่องกำลังคนในการต่อสู้

ไหนจะต้องแบ่งมาดูแลภายในมาอารักขาแกนนำอีกเพียบ
ก็ยิ่งทำให้ขาดคนไปสู้แนวหน้าดีๆ นี่เอง
เมื่อเห็นข้อเสียเปรียบแบบนี้แล้ว
แนวทางแก้ไขถ้าเจอลักษณะนี้อีกก็คือ
พยายามเปิดศึกน้อยด้านเข้าไว้
ถ้าเห็นชัยภูมิเสียเปรียบก็ไม่ควรจะยึดเป็นรังตาย
ควรโยกย้ายม็อบไปยังชัยภูมิที่ได้เปรียบ
เนื่องจากที่เก่ามีตึกสูงด้วย โดนหมาลอบกัดยิงได้ง่าย
ถ้าไปแถวๆ ตึกเตี้ยๆ พวกนี้จะถูกเผาทั้งเป็นแน่นอน
ถ้าคิดจะไปทำตัวแบบหมาลอบกัดบนตึกเตี้ยๆ ล้อมจับได้ง่ายๆ
การเปิดศึกน้อยด้านได้ดีก็คือการรุก
หมายความว่าต่อไปนี้ไม่มีการเจรจา
ถ้าเจรจาต้องทำก่อนมีม็อบ
ถ้ามีม็อบแล้วหมายความว่าเลิกเจรจาลุยอย่างเดียว
แต่ถ้าไม่พร้อมก็ด่าพ่อล่อแม่พวกนั้นไปพลางๆ ก่อนก็ได้
เพราะมีม็อบแล้วมาเจรจา ก็จะมาติดกับ
โดนยืดเวลาจนอ่อนล้า โดนล้อมจนคนเหลือน้อย
เสบียงเริ่มหมดสารพัดปัญหา
เพราะถ้ายังเป็นฝ่ายตั้งรับ
จะเจอศึกไม่ต่ำกว่า 2 ด้านเท่าที่พวกนั้นมันจะหาทางเจอ
แต่ถ้ารุกหมายถึงลุยไปข้างหน้า
ไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้เราจะไปได้หลายทาง
ทำให้ฝ่ายนู้นกลับมาตั้งรับ
ทำแบบนี้ได้หมายถึงม็อบมีเสรีชน
พร้อมลุยจำนวนมากมายแล้ว

และการไม่มีแกนนำในขณะรุก
ก็จะช่วยลดการเปิดศึกไปได้อีกด้านหนึ่ง
คือไม่ต้องมาห่วงหน้าพะวงหลัง
เหมือนมีแกนนำอยู่ในม็อบ
เพราะต้องมีการคอยอารักขา
แล้วถ้าแกนนำเป็นอะไรในม็อบ
ก็อาจจะทำให้เกมรุกสะดุดลงได้
จึงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมีแกนนำในม็อบ
ต้องฝึกให้ชินกับการไม่มีแกนนำอยู่ในม็อบให้ได้
คราวนี้ก็จะทุ่มกำลังรุกลุยได้เต็มที่
เพราะการรุกจะสามารถเปิดศึกหลายด้านได้
และฝ่ายรับจะต้องจำใจเปิดศึกหลายด้านโดยอัตโนมัติ

ดูบทเรียนศึกแถวแยกคอกวัวและอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยซิ
แกนนำฝ่ายข้าศึกหรือนายทหารที่สั่งการอยู่ในพื้นที่โดนยิง
ฝ่ายนู้นระส่ำหนัก ตอนหลังปิดเป็นความลับขั้นสุดยอด
ช่วงกระชับพื้นที่ไม่รู้ว่าไปนั่งวางแผนแถวไหน
และคงอยู่ไกลจากบริเวณปะทะทุกที่
เลียนแบบแบบที่พวกข้าศึกทำนั่นแหล่ะ

ถ้าวันไหนเมื่อไหร่ที่เสื้อแดงเป็นเหมือนวัวกระทิง
วิ่งเข้าใส่ทุกสิ่งได้
โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมวันไหน
เริ่มนับถอยหลังได้เลย น่ากลัวมากๆ
คนจำนวนมหาศาลวิ่งเข้าใส่พร้อมๆ กัน
ในศึกแยกคอกวัววันนั้น
ช่วงแรกๆ ก็เป็นแบบนี้แหล่ะ
ประชาชนจำนวนไม่กี่ร้อยคน
วิ่งเข้าใส่ฝ่ายข้าศึกพร้อมโห่ดังๆ
นั่นหน่ะมือเปล่าแทบทั้งนั้น
ฝ่ายตรงข้ามอาวุธครบมือ
ยิงสวนมาก็กระเจิงหันหลังกลับ
แต่ก็ไม่หนีไปไหน ล้อมเป็นครึ่งวงกลม
พอหายตกใจหายเหนื่อยก็โห่พร้อมๆ กันและวิ่งเข้าใส่
พวกข้าศึกก็ถอยเข้าไปในถนน
แต่มันมีอีกชุดที่คอยยิงสวนออกมา
เลยทำให้การวิ่งเข้าใส่ในครั้งนั้นได้แค่ยันเอาไว้
ไม่สามารถลุยฝ่าไปได้มีสิ่งกีดขวางเยอะ
และพวกหมาลอบกัดคอยยิงบนตึกด้วย
แถมคนน้อยมากถ้าวันนั้นมีเป็นหมื่น
มือเปล่าแล้ววิ่งเข้าใส่แบบนั้น
ข้าศึกคงวิ่งหนีกันป่าราบไปหมดแล้ว
ซึ่งวันนั้นต้องรอกำลังเสริมที่อยู่คุ้มครองม็อบราชประสงค์
และแถวสะพานผ่านฟ้าเข้ามาเสริมจนคนเยอะขึ้น
จึงสามารถไล่พวกนั้นได้สำเร็จ
นี่ก็คือตัวอย่างของจริงเรื่องข้อเสีย
ของการมีม็อบหลายที่มีศึกหลายด้าน
เลยทำให้กำลังพลกว่าจะมาช่วยได้เป็นชั่วโมง
จนมีคนบาดเจ็บเยอะมากนับพันและตายเป็นสิบนั่นแหล่ะ

และที่สำคัญถ้ามีม็อบแบบมีแกนนำอยู่ในม็อบ
จะไม่สามารถพลิกแพลงรูปแบบการสู้รบได้มากนัก
เช่นจะพลิกแพลงมาลุยแล้วกลับพรุ่งนี้มาใหม่
ถ้าคนมากๆ และอาศัยในกรุงและรอบๆ กรุง
สามารถทำแบบนี้ได้
แต่ถ้ามีแกนนำในม็อบจะทำแบบนี้ไม่ได้
เพราะถ้าทำแบบนี้แกนนำก็จะตายยังเขียด
ตอนคนเยอะๆ ก็ยังกล้ากันอยู่
พอคนกลับบ้านหมดเหลือไม่กี่คน
โอกาสโดนเก็บโดนไล่ล่ามีสูงมาก
ดังนั้นแกนนำก็จะไม่ให้ทำวิธีนี้แน่นอน
และต้องพยายามทำยังไงก็ได้
ให้มีคนนอนอยู่เป็นเพื่อนในม็อบด้วยกัน
ซึ่งก็จะโดนพวกข้าศึกล้อมและกระชับพื้นที่อีก
ก็กลายเป็นฝ่ายตั้งรับไปอีก
การมาทุกวันดึกมากๆ หรือเหนื่อยล้าก็กลับ
พรุ่งนี้มาใหม่ คนหลายหมื่นหลายแสน
มันสกัดไม่ได้หรอกและไม่รู้จะไปเล่นใคร
เพราะเป็นแกนนำกันทุกคน

และถ้าคุณรุกเขาจะรับ
ถ้าคุณรับเขาก็จะรุกและไล่ล่า
ดูตอนม็อบใหญ่กำลังคึกซิ
มีใครกล้ามาแหยม
พอไม่มีม็อบโดนข่มขู่คุกคามสารพัด
ดังนั้นต้องรุกเข้าไว้
และอย่ารุกจนเพลิน
จนกลายเป็นตั้งรับแล้วยังไม่รู้ตัว
การทำม็อบต้องรุกอย่างเดียวครับ
รับไม่ได้ ถ้าคิดจะรับ
ควรถอยกลับไปนั่งรับที่บ้านดีกว่าครับ

ช่วงนี้เปรียบเหมือน
เรือกำลังประสบปัญหาหลายด้าน
ทั้งรั่วทั้งโดนพายุกระหน่ำ
จะอัปปางอยู่แล้ว
ถ้าต่างคนต่างโดดเรือหนี
เพราะคิดว่าจะรอดไปคนเดียว
สุดท้ายจะไม่รอดกันหมด
แต่ถ้าทุกคนไม่หนี
ช่วยกันอุดรั่ว
ช่วยกันพาย
ช่วยอะไรที่ช่วยได้เพื่อให้ฝ่าพายุไปได้
โอกาสรอดเยอะ
ดีกว่ากระโดดหนีออกจากเรือ
แล้วโดนฉลามไล่ล่าเอา
ถ้ายังอยู่บนเรือฉลามมันไม่ทำอะไรหรอก
แต่ถ้าต่างคนต่างโดดเรือหนีเอาตัวรอด
สุดท้ายจะไปไม่รอดกันหมด

และต่อให้คุณไม่คิดจะปะทะ
สุดท้ายแล้วก็ต้องปะทะกันตอนจบอยู่ดี
เพราะเขามาปราบทุกครั้ง
ถ้าคิดจะจัดม็อบแล้วไม่คิดว่าจะต้องไปปะทะกันสักวัน
ก็จบแบบเดิมที่ผมว่า และเห็นๆ กันอยู่
พอโดนจะปราบแกนนำบางส่วนหนี
บางส่วนหาย บางส่วนมอบตัว
ที่เหลือไปรอมอบตัวอีกพวกถูกไล่ยิง
จบแบบนี้มาสองครั้งแล้วครับ
ต่อให้ตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
อันที่จริงโดนครั้งเดียวก็น่าจะเกินพอแล้วน่ะครับ
ไม่ต้องรอให้ถึงสี่ห้าครั้ง
เพราะมันจะจบแบบนี้แหล่ะ
ไม่เตรียมม็อบรับมือปะทะ
สุดท้ายก็ต้องปะทะโดยที่ไม่ได้เตรียมรับมือ
และจบแบบเดิมทุกครั้งแบบที่เห็นๆ ทุกวันนี้แหล่ะครับ
ผมยังงงว่า
โดนเห็นๆ สองครั้ง
ทำไมถึงคิดว่าอย่าทำม็อบไปปะทะ
แถมบางคนอาการหนัก
ถึงขนาดตายังไม่ยอมสว่างอีก
อันที่จริงไม่ได้หวังไปปะทะ
อยู่กับที่มันก็มาเอง
6 ตุลา , พฤษภาทมิฬ ประวัติศาสตร์มี
เดี๋ยวมันก็มาเองทั้งนั้น
แล้วไม่คิดจะเตรียมความพร้อม
เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่ต้องเกิดแน่ๆ
ในตอนจบกันหรือครับ

ส่วนกรณีเป้าหมาย
ถ้าเป้าหมายคนที่อยากได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงจริงๆ
คุณคิดว่าจะได้มาโดยไม่เกิดเหตุการณ์ปะทะกันได้ไหม
ขนาดงวดนี้ขอแค่ยุบสภา ข้อเรียกร้องอ่อนกว่าหลายเท่า
ยังโดนไล่ยิงเจ็บเป็นพันตายเฉียดร้อยเลยครับ
แล้วจะมีใครจะกล้ามาคุมเป้าหมายคนเดียว
มาเป็นแกนนำโดนข่มขู่โดนไล่ยิงโดนซื้อตัว
และเป็นตัวถ่วงในช่วงปะทะ
อย่างที่ผมอธิบายไว้ข้างต้น

ส่วนกรณีบางพวกที่เป้าหมายไม่ถึงประชาธิปไตยที่แท้จริง
แต่มาร่วมทางด้วยจะไปเจรจายังไง
เพื่อขอลงข้างทางอะไรก็ลงไปได้ครับ
แต่บางคนยังไม่ถึงเป้าหมายที่แท้จริงเขาก็ไปต่อหล่ะครับ
แล้วก็จะรู้จักคนขึ้นเยอะแหล่ะครับเมื่อถึงวันนั้นจริงๆ

โดย มาหาอะไร
FfF