บันทึกเรื่องราว สืบสาวความจริง ทิ้งไว้ให้ลูกหลาน.
Save the stories. Investigate the truth. Give to the next generation.


20 พฤษภาคม 2552

<<< เตือนความจำ จากกระทู้ "10 วันรัฐบาล มาร์ค ประหยัดเงินชาติแล้ว 200,000 ล้าน" >>>

ยังจำกันได้ไหมสำหรับชาวพันทิพ
กระทู้นี้ผม Save เก็บไว้ทั้งหน้า
แล้วจะเอามาให้ชมกันในวันนี้อีกครั้ง
เพื่อมาดูซิว่า
รัฐบาลนี้เข้ามา 10 วันแรก
ยกเลิกโครงการต่างๆ ของงบกลางปี
แล้วเอามายำใหม่ทำงบแจกนั่นนี่
หมดไปแล้วแสนกว่าล้าน
แล้วมีอะไรดีขึ้นมาไหมแต่ละโครงการ
ตอนมาใหม่ๆ บทความนี้
ได้ถูก Copy ไปแปะหลายเว็บไซด์
ประมาณว่ายกยอรัฐบาลนี้
แล้วเหยียบย่ำรัฐบาลก่อน
เสร็จแล้วเป็นไงผ่านมาหลายเดือน
ต้องมาของบผ่านสภาอีกหลายแสนล้าน
เพื่อจะทำนโยบายที่ไปยกเลิกของรัฐบาลเก่าไว้
แล้วเงินที่เสียไปแสนกว่าล้านงวดก่อน
ถ้าทำตามนโยบายรัฐบาลที่แล้ว
ก็ไม่ต้องมาเสียเงินเพิ่ม
นี่เป็นหลักฐานให้เห็นว่า
นโยบายของรัฐบาลนี้ใช้ไม่ได้ผล
ถึงต้องดิ้นรนไปงัดนโยบายรัฐบาลเก่า
ที่พวกตนเองโจมตีสารพัดมาทำ
แล้วทำมาโวยวาย
ประเทศจะเสียหายฝ่ายค้านส่งเรื่องให้ศาลตีความ
เห็นแล้วบอกตรงๆ ว่า
มั่ว มือไม่ถึง และยังมืดมนสำหรับคนประเทศนี้ต่อไป

สรุป ยังงี้เขาเรียกว่า
ค่าโง่แสนกว่าล้าน ในการฝึกหัดบริหารประเทศ
ของเอกบุรุษจากอ็อกฟอร์ดได้หรือเปล่า

โดย มาหาอะไร

------------------------------------------------

    10 วันรัฐบาล มาร์ค ประหยัดเงินชาติแล้ว 200,000 ล้าน

    10 วันรัฐบาล มาร์ค ประหยัดเงินชาติแล้ว 200,000 ล้าน
    Posted by paisal , ผู้อ่าน : 630 , 10:47:30 น.
    พิมพ์หน้านี้

    1. รัฐบาลผสมที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำได้เข้าทำหน้าที่บริหาร ราชการแผ่น ดินอย่างเป็นทางการและจริงจังมาตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2552 ซึ่งนับถึงวันนี้วันที่ 16 มกราคม 2552 ก็ได้ทำงานไปแล้วเป็นเวลา 10 วัน และได้ออกมาตรการในการแก้ไขวิกฤตทางเศรษฐกิจของประเทศชาติไปแล้วหลายมาตรการ โดยใช้วงเงินงบประมาณ 160,000 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ส่วนหนึ่งเป็นงบประมาณเพิ่มเติมกลางปี 2552 ที่จะต้องขออนุมัติต่อสภาเป็นการเร่งด่วนในสมัยประชุมนี้

    ณ เวลาเข้ารับตำแหน่งหน้าที่ของรัฐบาลผสมชุดนี้ ประเทศไทยได้รับมรดกบาปมาจากรัฐบาลก่อน ที่สำคัญคือ

    (1) ความขัดแย้งทางการเมืองที่ขยายตัวเป็นความแตกแยกของคนในชาติ จนเป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานกระแสพระราชดำรัสให้นายก รัฐมนตรีทำบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อยและประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ได้กล่าวในการให้โอวาทแก่นายกรัฐมนตรีว่าเป็นโจทย์ที่สั้นและชัด แต่อาจต้องใช้เวลานานในการตอบ ซึ่งมั่นใจว่าแม้ยากแต่ไม่ยากเกิน

    (2) ภัยคุกคามทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากวิกฤตทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุด ของโลก ที่เริ่มต้นขึ้นจากสหรัฐอเมริกา และแผ่ขยายตัวลุกลามไปทั่วโลก ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างกว้างขวาง หนักหน่วง ซึ่งควรต้องเตรียมรับมือแต่เนิ่น ๆ ด้วยทัศนะเล็งการณ์ไกล แต่รัฐบาลที่ผ่านมากลับไม่ได้เตรียมการใด ๆ เลย เพราะสาละวนอยู่กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการผลักดันฟอกผิดฟอกโกงให้กับ นักการเมือง จนเกิดเป็นวิกฤตที่รุนแรงขึ้น ทำให้รัฐบาลผสมของพรรคประชาธิปัตย์ต้องเร่งรีบ เร่งรัด ด้วยความรวดเร็วและด้วยความแม่นยำในการกอบกู้ฟื้นฟูชาติบ้านเมืองให้รอดพ้น จากวิกฤต ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมจิตร่วมใจของทุกภาคส่วนทั่วประเทศ ในขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงไม่ยอมให้โอกาสและต้องการขัดขวางการทำงานในทุกวิถี ทาง

    (3) ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในโครงการขนาดใหญ่ที่เตรียมการกันไว้ และแทบจะพร้อมขับเคลื่อนทันที เป็นมูลค่านับล้านล้านบาท จนเป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรัสเตือนว่าให้ระมัดระวังในการ ใช้จ่ายเงิน หากไม่ระมัดระวังชาติจะล่มจม แต่นักการเมืองละโมบโลภมากและหน้าด้านเหล่านั้นมิได้น้อมนำมาใส่เกล้า ดึงดันขับเคลื่อนโครงการโคตรโกงมหาโกงจำนวนมากมายหลายโครงการต่อไป

    2. โดยที่โครงการโคตรโกงมหาโกงที่ล้วนเป็นโครงการผลาญชาติและฉ้อฉลปล้น ชาติของ นักการเมืองนั้นเป็นโครงการที่ต้องใช้จ่ายเงินแผ่นดินจำนวนมหาศาล ทั้ง ๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ไม่มีความจำเป็น ไม่มีความเหมาะสม บ้างก็ชะลอเวลาไว้ก่อนได้ บ้างก็ใช้วิธีการไม่เหมาะสม และทั้งหมดนั้นล้วนเป็นโครงการที่แพงเกินความจริงตั้งแต่ 2-5 เท่าของราคาปกติ หากปล่อยให้นักการเมืองผลักดันโครงการเหล่านี้ให้เดินหน้าต่อไปได้ ก็จะก่อหนี้สินให้กับประเทศชาติจนทำให้ชาติล่มจม ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเตือนไว้ ดังนั้นจึงเป็นภาระหน้าที่อันสำคัญของรัฐบาล ของพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองและประชาชนทุกหมู่เหล่าที่จะต้องร่วมกันหยุดยั้งหรือขว้างทิ้ง โครงการมหาประลัยเหล่านี้ ยกเว้นโครงการที่จำเป็นก็ต้องพิจารณาลดวงเงินลงให้เป็นไปตามราคาที่แท้จริง หรือโครงการใดที่สามารถชะลอได้ก็ต้องชะลอออกไปเพื่อไม่ให้ซ้ำเติมวิกฤตของ ประเทศชาติ

    3. สิบวันในการทำงานของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลายคนจับจ้องมองแต่มาตรการที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และหลายคนก็พยายามกดดันให้รัฐบาลชนกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อให้เกิดเป็นศึกกระหนาบเหลือง-แดงถล่มรัฐบาลผสมให้ล้มคว่ำไปโดยเร็วที่ สุด หลายคนยังคงมุ่งขยายผลความขัดแย้งและเชิดชูบทบาทของกลุ่มคนเสื้อแดง ทั้ง ๆ ที่ยังเหลืออยู่สักเท่าใดก็ยังเป็นที่น่าสงสัย แต่แทบไม่มีใครให้ความสนใจในมาตรการอีกด้านหนึ่งที่ดำเนินไปอย่างประณีต สุขุม ลึกซึ้ง แต่มีผลเป็นการหยุดยั้งโครงการมหาประลัยที่ล้างผลาญชาติเลย

    ดังนั้นแม้เวลาผ่านไปแค่ 10 วัน เรากลับเห็นว่าผลงานในการหยุดยั้งโครงการมหาประลัยที่ล้างผลาญชาติของรัฐบาลชุดนี้มีผลที่น่าพอใจ

    เรื่อง แรก คือการคว่ำโครงการถนนปลอดฝุ่นที่มีวงเงินต้องใช้งบประมาณขั้นต้น 30,000 ล้านบาท และมีการผลักดันนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจไปแล้ว แต่ก็ถูกโยนทิ้งไป เป็นการประหยัดเงินของชาติถึง 30,000 ล้านบาท และหยุดยั้งการโกงชาติครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

    ที่เรียกว่าโครงการ ถนนปลอดฝุ่น ความจริงก็คือโครงการบูรณะถนนลูกรังธรรมดานั่นเอง แต่ใช้สีสันแต้มแต่งสร้างวาทะกรรมหรูเป็นโครงการถนนปลอดฝุ่นด้วยการใช้ยาง มะตอยลาดหรือบูรณะถนนลูกรัง ซึ่งความจริงใช้เงินน้อยกว่าที่ตั้งงบประมาณไว้มาก แต่โครงการนี้ก็เป็นที่รู้กันว่าเป็นขนมเค้กชิ้นใหญ่ของนักการเมืองที่บวก ราคาไว้เกินจริงถึง 5 เท่า

    การโยนทิ้งโครงการนี้จึงมีผลเป็นการประหยัดเงินให้กับประเทศชาติ 30,000 ล้านบาท

    เรื่อง ที่สอง คือโครงการจัดหารถบัสเอ็นจีวีของ ขสมก. ซึ่งหากซื้อรถบัสดังกล่าวก็จะสามารถซื้อได้ด้วยราคาเพียงคันละ 3,800,000 บาท หรือในราคาถูกกว่านั้น แต่จัดทำเป็นโครงการโคตรโกงมหาโกงในรูปแบบของการเช่าที่พิสดารที่สุดของโลก คือเช่าเป็นระยะเวลา 10 ปี ทั้ง ๆ ที่อายุการใช้งานของรถมีเพียง 5 ปีเท่านั้น และคิดเป็นค่าเช่าสิริรวมแล้วถึงคันละ 12 ล้านบาท เดิมตั้งโครงการไว้ 6,000 คัน แต่ในที่สุดก็ไม่อยากเสี่ยงแรงตีนของกลุ่มรถร่วม ขสมก. จึงตัดออกไป 2,000 คัน เหลือ 4,000 คัน แต่ก็ล้างผลาญชาติเป็นจำนวนเงินสูงมากร่วม 50,000 ล้านบาท และโครงการนี้คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจก็มีมติให้ทบทวนให้เหมาะสม นั่นคือจำนวนรถที่จัดหาต้องเหมาะสม ซึ่งความจริงไม่เกิน 2,000 คัน วิธีการจัดหาต้องเหมาะสมเช่น ซื้อเครื่องหรือชัชซีเข้ามาต่อตัวถังรถในประเทศไทย ทำให้เกิดการจ้างงานขึ้นในประเทศไทย และเพิ่มธุรกิจให้กับคนไทย และด้วยราคาที่เหมาะสมคือเมื่อรถราคา 3,800,000 บาท ก็ต้องใช้ราคานี้หรือต่ำกว่านี้เพราะเป็นการจัดหาจำนวนมาก ไม่ใช่ตั้งวงเงินใช้เงินถึงคันละ 12 ล้านบาท

    การจัดการกับโครงการนี้ทำให้ประหยัดเงินให้กับประเทศชาติถึง 50,000 ล้านบาท

    เรื่อง ที่สาม คือโครงการผันน้ำจากประเทศลาวลอดอุโมงค์ใต้แม่น้ำโขงเข้าสู่ภาคอีสานของไทย ซึ่งตั้งวงเงินงบประมาณไว้ถึง 70,000 ล้านบาท และยังจะต้องมีโครงการต่อเนื่องอีกหลายโครงการ และใช้เงินรวมกันเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 40,000 ล้านบาท

    โครงการนี้ เป็นโครงการที่ผลาญชาติที่แท้จริงและชัดเจนที่สุด เพราะประเทศไทยไม่ได้ขาดน้ำ ปัญหาอยู่ที่ไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ ปริมาณน้ำในภาคอีสานมีมากพอจนเป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมทุกปี ทั้งในภาคอีสานไหลบ่าลงมาท่วมภาคกลางและกรุงเทพมหานคร นั่นคือฤดูฝนน้ำท่วมเพราะไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ พอหน้าแล้งก็ขาดน้ำเพราะไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำอีกเช่นเดียวกัน หากผันน้ำเข้ามาเพิ่ม น้ำก็จะยิ่งท่วม แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาขาดน้ำได้ นอกจากนั้นการผันน้ำจากลาวซึ่งเป็นที่ต่ำขึ้นสู่ที่ราบสูงของภาคอีสานของไทย จะสร้างรายจ่ายประจำให้กับประเทศไทยตลอดไป ทำให้ชาติล่มจม ในขณะที่ประชาชนในภาคอีสาน ภาคกลาง และกรุงเทพฯ ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย มีแต่ต้องรับภัยน้ำท่วมเท่านั้น

    โครงการนี้นักการเมืองอำนาจเก่า จัดตั้งขึ้นเพื่อหาประโยชน์โดยเฉพาะ มีการเตรียมการให้บริษัทจากประเทศจีนของนายเหยียนปิงเป็นผู้รับเหมา ด้วยราคาที่สูงกว่าความเป็นจริงถึง 300-400% และถ้าหากโครงการนี้เริ่มต้นขึ้นได้ก็จะต้องมีโครงการสืบเนื่องเพิ่มขึ้นอีก จำนวนมาก ซึ่งมีการเตรียมการโครงการรองรับไว้โดยต้องใช้วงเงินเพิ่มอีกราว 40,000 ล้านบาท

    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวปาฐกถาต่อที่ประชุมนักธุรกิจที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นเมื่อ วันที่ 15 มกราคม 2552 และตอนหนึ่งได้พูดเกี่ยวกับโครงการนี้ว่าไม่มีความจำเป็น จะใช้วิธีการพัฒนาแหล่งน้ำภายในประเทศคือในภาคอีสานดีกว่า ซึ่งหมายความว่าโครงการมหาภัยโครงการนี้ได้ถูกรัฐบาลโยนทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว

    การ โยนทิ้งโครงการนี้จึงมีผลเป็นการประหยัดงบประมาณแผ่นดินรอบแรกถึง 70,000 ล้านบาท และป้องกันมิให้มีการตั้งโครงการโกงชาติขยายออกไปอีก 40,000 ล้านบาทด้วย สิริรวมแล้วกระบวนท่าเดียวนี้ก็สามารถประหยัดเงินแผ่นดินได้ถึง 110,000 ล้านบาท

    4. สรุป ดังนั้นในรอบ 10 วันของการเข้าทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้หยุดยั้งโครงการมหาประลัยที่ผลาญชาติไปแล้ว 3 โครงการใหญ่ คือ

    4.1 โครงการถนนปลอดฝุ่น ซึ่งประหยัดเงินงบประมาณได้ถึง 30,000 ล้านบาท

    4.2 โครงการรถบัสเอ็นจีวี จำนวน 4,000 คัน ซึ่งประหยัดเงินงบประมาณได้ถึง 50,000 ล้านบาท

    4.3 โครงการผันน้ำจากลาวลอดอุโมงค์ใต้แม่น้ำโขงสู่ภาคอีสานของไทย ซึ่งประหยัดงบประมาณได้ถึง 110,000 ล้านบาท

    สิริ รวมแล้ว 3 โครงการมหาประลัย รัฐบาลได้ประหยัดเงินให้กับประเทศชาติถึง 190,000 ล้านบาท นี่คือผลงานที่เราจำเป็นต้องนำมารายงานเพื่อร่วมกันปรบมือให้กับรัฐบาลผสม ชุดนี้ว่าคุ้มค่ากับเงินเดือนภาษีที่ ประชาชนจ่ายให้มากมายนัก และบุกเบิกแนวโน้มที่จะหยุดสถานการณ์ที่จะทำให้ชาติล่มจมได้อีกด้วย.

    ที่มา:http://www.oknation.net/blog/paisalvision/2009/01/16/entry-5

    จากคุณ : nai_per - [ 16 ม.ค. 52 19:50:55 A:125.27.110.184 X: ]






[กติกามารยาท] [Help & FAQ]
    ขอความกรุณางดการเขียนในลักษณะต่อไปนี้

    1. การต่อว่าด่าทอ คนที่มีความเห็นไม่เหมือนท่านในกระทู้
    2. ตั้งหรือใช้สมญานามที่มีลักษณะทำให้ผู้อื่นได้รับการ ดูถูก เสียดสี ประชดประชัน หรือ ได้รับความเกลียดชัง
    3. เขียนแบบไร้ประโยชน์ อันได้แก่ เสียดสี ล่อเป้า ก้าวร้าว บิดเบือน ฯลฯ
    4. หยิบข้อเขียนของคนอื่นมาตีความทีละคำแบบ หัวหมอ หรือ ศรีธนญชัย
    5. ล้ำเส้นไปก้าวล่วงเรื่องส่วนตัวของบุคคลสาธารณะ
    6. ห้ามใช้เวทีนี้ในการนัดชุมนุมใดๆ โดยเด็ดขาด
    7. อนึ่งการหยิบยกสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือพระราชดำรัสมาอ้างอิง ถือว่าเป็นการกระทำที่อาจเอื้อมและไม่บังควรเป็นอย่างยิ่ง จึงขอห้ามโดยเด็ดขาดเช่นกัน
ความคิดเห็น :

PANTIP Toys
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่

ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 200 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)

แตกประเด็น : ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่


(ส่งไฟล์ประกอบ Preview ไม่ได้)



        ความคิดเห็นที่ 1

        ถ้า มาร์ค ไม่ดำเนินการเอาคนผิดมาลงโทษ..

        ถือว่าท่านละเว้น ผิดตาม ม.157 ....นะครับhaha


        จากคุณ : สุทธิสาร - [ 16 ม.ค. 52 20:01:47 A:58.8.98.154 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 2

        สิริ รวมแล้ว 3 โครงการมหาประลัย รัฐบาลได้ประหยัดเงินให้กับประเทศชาติถึง 190,000 ล้านบาท

        ดีครับเอาเงินพวกนี้มาทำประโยชน์อย่างอื่นดีกว่า


        จากคุณ : หยุมหยิม - [ 16 ม.ค. 52 20:06:55 A:125.25.85.208 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 3

        สาธุ สมเป็นรัฐบาล "เทพประทาน" จริงๆ แล้วโครงการแจกเงิน 2000 บาทกับปลากระป๋องเน่า น่ะประหยัดอีกกี่ร้อยล้าน

        จากคุณ : มิตรอนงค์ - [ 16 ม.ค. 52 20:11:07 A:124.122.134.253 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 4

        ดี นะ ที่ไม่เอาแบบ ท่านอดีต ผู้ว่า จำลอง โน่น


        ฝากแบ๊งค์ กินดอกเบี้ย ไม่ต้องคิดสร้าง อะไร ดีออก...........




        จากคุณ : natacom - [ 16 ม.ค. 52 20:26:02 A:58.8.148.199 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 5

        " 4.1 โครงการถนนปลอดฝุ่น ซึ่งประหยัดเงินงบประมาณได้ถึง 30,000 ล้านบาท"


        - โครงการนี้เสนอโดยกลุ่มเพื่อนเนวิน
        คือ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
        รัฐบาลก่อน
        และมาผลักดันอีกทีโดยนาย โสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม
        ตอนนี้เป็นงูเห่ามาร่วมร่วมรัฐบาลนี้แล้ว
        ซึ่งรัฐบาลนี้ได้อนุมัติตามนี้

        "อนุมัติให้แค่ 1.5 พันล้านโครงการถนนปลอดฝุ่น
        เมื่อ มกราคม - 15 - 2009

        นาย โสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. ได้เห็นชอบจัดทำงบประมาณเพิ่มของปีงบประมาณ 2552 (งบกลาง) ในส่วนของกระทรวงคมนาคม คือ โครงการถนนปลอดฝุ่นได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 1,500 ล้านบาท จากงบประมาณที่กระทรวงคมนาคมขอ 30,000 ล้านบาท ซึ่งครั้งแรกตนไม่ยอม เนื่องจากเป็นงบประมาณที่น้อย และโครงการถนนปลอดฝุ่น ถือเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และถือว่ากระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาคได้โดยตรง ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้รับปากว่า จะจัดสรรงบประมาณส่วนอื่นมาเพิ่มเติมให้

        นายวิชาญ คุณากูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า งบประมาณที่กระทรวงคมนาคมได้จำนวน 1,500 ล้านบาท จะนำไปก่อสร้างถนนปลอดฝุ่นได้ประมาณ 450 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าน้อยมาก เพราะโครงการทั้งหมดของกรมทางหลวงชนบทต้องใช้เงินถึง 34,000 ล้านบาท จะก่อสร้างระยะทางได้ 7,200 กิโลเมตร หลังจากนี้กรมฯ จะต้องจัดลำดับความสำคัญงานที่ก่อสร้างถนนโดยจะให้ความสำคัญของถนนในเขต ชุมชน เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล โดยจะใช้เงินในส่วนนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ส่วนที่เหลือจะเสนอขอเงินกู้ เพื่อนำเงินมาลงทุนในส่วนที่เหลือให้ครบ

        “ รัฐบาลมีงบประมาณน้อย ได้มาเท่านี้ก็ถือว่าดีแล้ว เพราะแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลยังให้ความสำคัญ โดยกรมฯ จะพยายามวางแผนงานก่อสร้างเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสูด”.

        ข่าว เดลินิวส์"


        จากคุณ : มาหาอะไร - [ 16 ม.ค. 52 20:47:10 A:118.174.190.56 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 6

        "เรื่องแรก คือการคว่ำโครงการถนนปลอดฝุ่นที่มีวงเงินต้องใช้งบประมาณขั้นต้น 30,000 ล้านบาท และมีการผลักดันนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจไปแล้ว แต่ก็ถูกโยนทิ้งไป เป็นการประหยัดเงินของชาติถึง 30,000 ล้านบาท และหยุดยั้งการโกงชาติครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

        ที่เรียกว่าโครงการ ถนนปลอดฝุ่น ความจริงก็คือโครงการบูรณะถนนลูกรังธรรมดานั่นเอง แต่ใช้สีสันแต้มแต่งสร้างวาทะกรรมหรูเป็นโครงการถนนปลอดฝุ่นด้วยการใช้ยาง มะตอยลาดหรือบูรณะถนนลูกรัง ซึ่งความจริงใช้เงินน้อยกว่าที่ตั้งงบประมาณไว้มาก แต่โครงการนี้ก็เป็นที่รู้กันว่าเป็นขนมเค้กชิ้นใหญ่ของนักการเมืองที่บวก ราคาไว้เกินจริงถึง 5 เท่า

        การโยนทิ้งโครงการนี้จึงมีผลเป็นการประหยัดเงินให้กับประเทศชาติ 30,000 ล้านบาท"

        - คราวนี้เรามาดูการสร้างข่าวสารบิดเบือนเพื่อโจมตี
        ดังตัวอย่างที่ยกมาด้านบนกับการชี้แจงของกรมทางหลวงชนบท
        ดังนี้
        "กรมทางหลวงชนบท เตรียมเดินหน้าก่อสร้างโครงการ ถนนปลอดฝุ่น ทั่วประเทศ ระยะทางกว่า 7,200 กม.

        กรมทางหลวงชนบท เตรียมเดินหน้าก่อสร้างโครงการ ถนนปลอดฝุ่น ทั่วประเทศ ระยะทางกว่า 7,200 กิโลเมตร
        นายวิชาญ คุณากูลสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการ ถนนปลอดฝุ่น หรือการปรับปรุงทางหลวงชนบททั่วประเทศ ระยะทางกว่า 7,200 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง กว่า 33,000 ล้านบาท ให้เป็นทางลาดยางขนาด 2 ช่องทางจราจร ว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ได้เห็นชอบในหลักการตามที่กรมทางหลวงชนบท เสนอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รอเพียงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเห็นชอบเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะ รัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติระหว่างนี้ กรมทางหลวงชนบทได้เตรียมความพร้อมโครงการทั้งด้านการเตรียมร่างทีโออาร์ใน การจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษา มาออกแบบและการจัดซื้อจัดจ้าง คาดว่าหลังจากได้รับการอนุมัติวงเงินกู้ในเดือนมกราคม 2552 จะเริ่มการก่อสร้างได้ประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน 2552 โดยใช้เวลาการดำเนินงานและก่อสร้างประมาณ 2 ปีหรือแล้วเสร็จภายในปลายปี 2553
        สำหรับแหล่งเงินกู้นั้น ทางกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการจัดหา โดยเบื้องต้นได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็นค่าออกแบบ 338 ล้านบาท ,ค่าก่อสร้าง 32,784 ล้านบาท, ค่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงาน 820 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 33,942 ล้านบาท ส่วนค่าก่อสร้างกรมทางหลวงชนบท ได้ขยายวงเงินเพิ่มจากเดิมกิโลเมตรละ 3 ล้าน 5 แสนบาท เป็นกิโลเมตรละ 4 ล้าน 6 แสนบาท เนื่องจากค่าวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้น "

        แก้ไขเมื่อ 16 ม.ค. 52 20:52:28

        จากคุณ : มาหาอะไร - [ 16 ม.ค. 52 20:50:56 A:118.174.190.56 X: ]



        ความคิดเห็นที่ 7

        "โครงการ ถนนปลอดฝุ่น หรือการปรับปรุงทางหลวงชนบททั่วประเทศ ระยะทางกว่า 7,200 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง กว่า 33,000 ล้านบาท ให้เป็นทางลาดยางขนาด 2 ช่องทางจราจร"

        - จะเห็นว่าเงิน 33,000 ล้านบาท
        สามารถทำให้ทาง 7,200 กม. เป็นทางราดยาง
        กับเงิน หมื่นกว่าล้านเอาไปแจกฟรี
        และอีกสารพัดโครงการที่ไม่เห็นของ
        อย่างไหนดีกว่ากัน


        จากคุณ : มาหาอะไร - [ 16 ม.ค. 52 20:54:16 A:118.174.190.56 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 8

        "4.2 โครงการรถบัสเอ็นจีวี จำนวน 4,000 คัน ซึ่งประหยัดเงินงบประมาณได้ถึง 50,000 ล้านบาท"

        - นี่ก็เป็นของกลุ่มเพื่อนเนวิน
        ก็รอดูต่อไปในรัฐบาลนี้ว่า
        จะทำหรือว่าตัดทิ้งอย่างที่คุย
        เพราะโครงการนี้โดนตีสมัยรัฐบาลก่อน
        และยังไม่ได้ทำอะไร
        จนพวกกลุ่มเพื่อนเนวินย้ายไปหนุนมาร์คมาเป็น
        ก็ดูต่อๆไปก็แล้วกันว่ามาร์คจะกลืนน้ำลายตัวเองหรือเปล่า


        จากคุณ : มาหาอะไร - [ 16 ม.ค. 52 21:00:03 A:118.174.190.56 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 9

        รีบแจก รีบ กู้

        รีบยุบสภา

        นอนนับเงินอยู่บ้าน สบายใจแฮะ


        จากคุณ : dataouf - [ 16 ม.ค. 52 21:06:17 A:58.64.80.88 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 10

        " 4.3 โครงการผันน้ำจากลาวลอดอุโมงค์ใต้แม่น้ำโขงสู่ภาคอีสานของไทย ซึ่งประหยัดงบประมาณได้ถึง 110,000 ล้านบาท"

        " โครงการนี้ เป็นโครงการที่ผลาญชาติที่แท้จริงและชัดเจนที่สุด เพราะประเทศไทยไม่ได้ขาดน้ำ ปัญหาอยู่ที่ไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ ปริมาณน้ำในภาคอีสานมีมากพอจนเป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมทุกปี ทั้งในภาคอีสานไหลบ่าลงมาท่วมภาคกลางและกรุงเทพมหานคร นั่นคือฤดูฝนน้ำท่วมเพราะไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ พอหน้าแล้งก็ขาดน้ำเพราะไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำอีกเช่นเดียวกัน หากผันน้ำเข้ามาเพิ่ม น้ำก็จะยิ่งท่วม แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาขาดน้ำได้ นอกจากนั้นการผันน้ำจากลาวซึ่งเป็นที่ต่ำขึ้นสู่ที่ราบสูงของภาคอีสานของไทย จะสร้างรายจ่ายประจำให้กับประเทศไทยตลอดไป ทำให้ชาติล่มจม ในขณะที่ประชาชนในภาคอีสาน ภาคกลาง และกรุงเทพฯ ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย มีแต่ต้องรับภัยน้ำท่วมเท่านั้น"

        - เกิดมาไม่เคยได้ยินว่าน้ำจากอีสานไหลบ่ามาท่วมกรุงเทพ
        ถ้าเป็นแม่น้ำป่าสักก็น่าจะอยู่แถวเพชรบูรณ์
        ก็ถือว่าเป็นทางเหนือตอนล่าง
        ส่วนอีสานมีแม่น้ำมูล กับแม่น้ำชีที่เป็นแม่น้ำขนาดใหญ่
        ไหลลงแม่น้ำโขงแถวอุบลถ้าจำไม่ผิด
        งบ 100,000 ล้าน
        ไม่อยากให้ทำเรื่องผันน้ำช่วยชาวอีสาน
        เขยอีสานคนนี้งวดหน้าไปหาเสียง
        ช่วยไปบอกคนอีสานด้วยน่ะว่า
        รัฐบาลมาร์คเป็นคนตัดงบผันน้ำไปช่วยคนอีสานเองแหละ
        พูดมาได้อีสานไม่ได้ขาดน้ำ
        แต่แล้งทุกปี
        ไม่เคยมีรัฐบาลไหนแก้ปัญหาภัยแล้งได้เลย
        ถ้าไม่ทำโครงการนี้แล้วมันจะหายแล้งไหม
        ที่ต่อต้านไม่ให้ทำแล้วต้องสร้างอะไรมาทดแทนไหม
        เพื่อให้เขามีน้ำทำการเกษตรได้ทั้งปี
        เพื่อจะได้มีรายได้เพิ่ม
        เพื่อจะได้ไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานมาอยู่กันแน่นในกรุง
        นี่เป็นความภาคภูมิใจมาสิน่ะ
        สู้เอาแสนล้านมาแจกเฉยๆ สนุกกว่า
        หรือเหวี่ยงแหโยนทิ้งให้มันหมดๆ ไป
        ไม่เห็นของไม่เห็นอะไรสนุกกว่าใช่ไหม

        แก้ไขเมื่อ 16 ม.ค. 52 21:52:30

        จากคุณ : มาหาอะไร - [ 16 ม.ค. 52 21:07:26 A:118.174.190.56 X: ]



        ความคิดเห็นที่ 11

        เดลินิวส์
        โครงการผันน้ำงึมจากฝั่งลาวเข้าภาคอีสาน
        วันที่ : 14 กันยายน 2551

        โครงการ ผันน้ำจากลาวสู่ไทย
        ได้วางแผนเตรียมกันมานาน
        ด้วยสาเหตุที่ภาคอีสานขาดน้ำมานานปี
        การขาดแคลนน้ำทำให้พื้นที่แห้งแล้ง ไม่

        สามารถทำนาได้ราบรื่น
        ด้านการเกษตรพืชไร่ปลูกไม่ได้ผลิต ผลเต็มที่
        เป็นปัญหามาตลอด จนมาถึง 26 ส.ค. 2551
        ทางคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติผ่าน โครงการนี้
        เรียกว่า โครงการผันน้ำงึม-ห้วยหลวง-หนองหานกุมภวาปี
        -ลำปาว-แม่น้ำชี ในวงเงิน 76,000 ล้านบาท

        คุณศิริพงศ์ หังสพฤกษ์ อธิบดี กรมทรัพยากรน้ำ
        กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
        ได้บอกว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่
        เกษตรกรรมราว 55 ล้านไร่
        ชลประทานเข้าถึงเพียง 5 ล้านไร่
        ทำให้ต้องอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก
        ด้วยต้องการน้ำถึง ปีละ 10,000 ล้าน ลบ.ม.

        แต่อ่างเก็บน้ำจุรวมกันได้เพียง 5,000 ล้าน ลบ.ม.
        และ 80% ของน้ำในฤดูฝนจะเกิดการปรวนแปรสูง
        ทำให้เกิดอุทกภัยในฤดูฝน และแล้งมากในฤดู แล้งเสมอ

        เมื่อโครง การผันน้ำจากลาวสู่ไทยเกิดขึ้น
        จะได้น้ำ มาราว 2,578 ล้าน ลบ.ม.
        พื้นที่การเกษตรได้รับน้ำกว่า 3.2 ล้านไร่
        จึงนับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเกษตรกรอีสาน

        โครงการผันน้ำ จะแบ่งเป็น 2 ระยะ
        ระยะแรก 4 ปี จากปี 2552-2555
        วงเงิน 3,200 ล้านบาท ด้วยการผัน
        น้ำในบ้านเราก่อนจากลุ่มน้ำห้วยหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย
        เข้ามายังหนองหานกุมภวาปี จ.อุดรธานี
        เพื่อนำไปยังอ่างเก็บน้ำ ลำปาว จ.กาฬสินธุ์ จะผันน้ำ 600 ล้าน ลบ.ม.

        ช่วยการเกษตรได้ราว 1 ล้านไร่
        และ ระยะที่ 2 จากปี 2553-2556
        จะผันน้ำจากฝั่งลาวจากฝายทดน้ำ
        ที่ปากน้ำงึมผ่านอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำโขง
        มาฝั่งไทย ไปตามแนวผันน้ำของโครงการระยะแรก
        จะผันน้ำได้ราว 2,000 ล้าน ลบ.ม.
        เพิ่มพื้นที่การเกษตรอีก 2.2 ล้านไร่
        คาดว่าประชากรจะได้รับประโยชน์ราว 500,000 ครัวเรือน
        ผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ 12%

        เมื่อวันที่ 1-2 ก.ย. 51 อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ
        และผู้บริหารระดับสูง เสรี โสภณดิเรกรัตน์,
        บุญธรรม ศิริชัย, ประยุทธ ไกรปราบ, สุนันท์ ทานะรมณ์ ฯลฯ
        ได้นำสื่อมวลชนไปดูโครงการนี้
        จุดแรกที่ได้ไปแวะเยี่ยมชมคือ
        ส่วนอุทกวิทยาของกรมฯ น้ำภาค 3 หนองคาย

        คุณสุขวิช บัวเผื่อน ผอ.ส่วนอุทกวิทยา
        ได้พาชมเทคโนโลยีใหม่ ๆ
        ในการวัดหาค่าต่าง ๆ ของน้ำ
        เช่น ความเร็ว ความกว้าง
        พื้นที่หน้าตัดปริมาณและตะกอนของน้ำ
        จะมีเครือข่ายในจังหวัดต่าง ๆ
        และต่างแดนได้รับรู้ถึงกันหมด
        โดยมีกล้องวงจรปิดควบคุมอยู่
        เพื่อศึกษา วิจัย และเฝ้าระวังเตือนภัยพร้อม

        ประตูน้ำห้วยหลวง คุณปัญญา หลักเมือง
        ผอ.กรมฯ น้ำภาค 3 อุดรธานี นายช่างสัณห์ เข็มประสิทธิ์
        และคณะได้พาสื่อไปดูประตูน้ำห้วยหลวง อ.โพนพิสัย
        คอยควบคุมน้ำจากห้วยหลวงลงแม่น้ำโขง
        และจากแม่น้ำโขงไหลเข้ามาให้ราษฎรได้ใช้
        ในการเกษตรตามต้องการ สร้างมาเมื่อปี 2542
        และได้เลยไปดู อ่างน้ำห้วยหลวง อยู่ไม่ไกลนัก
        เป็นอ่างน้ำใหญ่สามารถจุเก็บกักน้ำได้ถึง 150 ล้าน ลบ.ม.

        บริเวณปากอุโมงค์ ตามโครงการน้ำที่จะผันจากน้ำงึมฝั่งลาว
        ตรงบริเวณเมืองปากงึม กำแพงนครเวียงจันทน์
        จะสร้างเป็นอุโมงค์ 3 ท่อ รับน้ำได้ 450 ลบ.ม. ต่อวินาที
        ลอดใต้แม่น้ำโขงมาขึ้นฝั่งไทยที่ หนองแดนเมือง
        หลังวัดโพธิ์งาม อ.โพนพิสัย ต่อจากนั้น
        น้ำจะไหลไปตามลำน้ำห้วยหลวงถึงบ้านนาคำ อ.เพ็ญ
        ระดับบริเวณนี้ต่างกัน 20 เมตร
        จึงต้องตั้งสถานีสูบน้ำส่งไปลงคลองคอนกรีตปากกว้าง 40 เมตร
        รับน้ำ 150 ลบ.ม. ต่อวินาที ไปลงยังหนองหานกุมภวาปี จ.อุดรธานี
        ต่อจากนั้นจะมีคลองส่งไปยังเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ตามลำน้ำชีต่อไป

        คณะได้ไปดูบริเวณที่จะสร้างสถานีสูบน้ำบ้านนาคำ อ.เพ็ญ
        ซึ่งเป็นพื้นที่ต่างระดับ มาถึงตอนนี้ใกล้ค่ำพอดี
        ผอ.นิวัติชัย คำภีร์ และ ผอ.อำมาตย์ สุธรรมจรัส
        แห่งสำนักพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งน้ำ
        ได้เล่าถึงความสำคัญของหนองหานกุมภวาปี
        น่าสนใจมาก คงขอไว้โอกาสหน้า
        วันรุ่งขึ้นได้เดินทางไปเขื่อนน้ำงึม 1 ฝั่งลาว
        ดูเขื่อนและการผลิตกระแสไฟฟ้าลำน้ำงึม
        มีน้ำสมบูรณ์มากตลอดปี ตามโครงการ
        จะผันมาใช้บ้านเรายามแล้งราว 5 เดือน
        ตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไป

        โครงการผันน้ำจากฝั่งลาวมายังภาคอีสาน
        เรียกโครงการผันน้ำงึม-ห้วยหลวง-หนองหานกุมภวาปี
        -ลำปาว-แม่น้ำชี วงเงิน 76,000 ล้านบาท
        ได้ผ่านคณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว กำหนดเสร็จปี 2556
        คาดว่าจะช่วยให้ประชากรได้รับผลประโยชน์ราว 500,000 ครัวเรือน

        ข้อมูลเพิ่มเติม อำมาตย์ สุธรรมจรัส 08-9205-8206
        และ กิตติ จันทร์ส่อง 08-1966-2241.

        แก้ไขเมื่อ 16 ม.ค. 52 21:21:54

        จากคุณ : มาหาอะไร - [ 16 ม.ค. 52 21:08:09 A:118.174.190.56 X: ]



        ความคิดเห็นที่ 12

        เก่งจริง ช่วยไปตามเงิน ปรส. คืนมาหน่อยเถอะครับ

        นั่นได้อีกหลายแสนล้านเลยนะ


        จากคุณ : compassion - [ 16 ม.ค. 52 21:10:59 A:118.172.26.74 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 13

        สนามบินสุวรรณภูมิ
        ผ่านมากี่สิบรัฐบาล
        ผ่านมากี่สิบปี
        เพิ่งมากระตุ้นทำสำเร็จจริงๆ จังๆในสมัยทักษิณ
        หมดเงินทั้งโครงการก็ระดับแสนล้านกว่าๆ เหมือนกัน
        ก็เห็นของเห็นสนามบินมาเปิดใช้
        โครงการผันน้ำ
        ไม่ทำยกเลิก
        อ้างต้องจ่ายเงินซื้อน้ำจากลาว
        ก็เขาไม่ได้แจกฟรีก็ต้องซื้อมาใช้ซิ
        ก้เหมือนกับไฟฟ้า
        ทุกวันนี้ก็ซื้อจากลาวมาทุกปี
        เสาไฟที่ส่งๆ กันมาก็ลงทุนกันเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน
        เพื่อลากจากลาวแล้วมากระจายส่งตามครัวเรือนต่อไป
        มันต่างกันยังไง

        " นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวปาฐกถาต่อที่ประชุมนักธุรกิจที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นเมื่อ วันที่ 15 มกราคม 2552 และตอนหนึ่งได้พูดเกี่ยวกับโครงการนี้ว่าไม่มีความจำเป็น จะใช้วิธีการพัฒนาแหล่งน้ำภายในประเทศคือในภาคอีสานดีกว่า"

        - เดี๋ยวจะดูว่าให้เงินไปพัฒนาแหล่งน้ำไหม
        และพัฒนาแล้วจะเพิ่มพื้นที่การเกษตรอีก 2.2 ล้านไร่
        และประชาชนได้รับประโยชน์ราว 500,000 ครัวเรือน
        และมีผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ 12%
        อย่างโครงการผันน้ำไหม
        ที่จริงงบแสนล้านก้อนนี้
        ที่เอาไปละลายเล่น
        สามารถเอามาสร้างโครงการนี้ได้ทั้งโครงการ


        จากคุณ : มาหาอะไร - [ 16 ม.ค. 52 21:15:44 A:192.168.0.17 X:118.174.190.56 ]


        ความคิดเห็นที่ 14

        สรุป 10 วันมาร์คเข้ามาทำลายความฝันคนอีสาน
        ด้วยการยกเลิกโครงการผันน้ำที่จะทำให้เขามีน้ำใช้ยามหน้าแล้ง
        แล้วเอาเงินนั่นไปแจกเล่นเอาไปผลาญเล่น
        แล้วบอกว่าประหยัด 200,000 ล้าน
        หรือเอามาถลุงหมดทั้ง 200,000 ล้าน
        โดยโครงการแจกกระจายของรัฐบาลนี้แทน


        จากคุณ : มาหาอะไร - [ 16 ม.ค. 52 21:24:18 A:192.168.0.17 X:118.174.190.56 ]


        ความคิดเห็นที่ 15

        คือพูดง่ายๆ ไม่ทำอะไรก็เอามาคุยมาโม้ว่าเป็นผลงานตัวเองได้ ว่างั้น

        จากคุณ : พิษประจิม - [ 16 ม.ค. 52 21:33:46 A:124.120.225.54 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 16

        คำนวนง่ายดีเนอะ ตัดโครงการเก่าเขาทิ้ง แล้วบอกประหยัดงบประมาณ

        งั้นอยากประหยัดงบประมาณ ก็ไม่ต้องทำอะไรตัดทิ้งให้หมดก็ได้นิ

        เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน เอาดีให้ตัว เอาชั่วให้คนอื่น...


        จากคุณ : ไม่อยากให้โลกไร้ซึ่งความหวาน - [ 16 ม.ค. 52 21:34:19 A:222.123.82.238 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 17

        เรื่องนี้ต้องนำไปขยายบอกคนอีสาน
        ว่ารัฐบาลนี้รวมทุกพรรคที่ไปหนุน ปชป.
        ได้ยกเลิกโครงการนี้
        ทำลายความฝันเกษตรกร
        ที่อยากมีน้ำใช้ในหน้าแล้งจำนวนมาก

        แก้ไขเมื่อ 16 ม.ค. 52 21:51:19

        จากคุณ : มาหาอะไร - [ 16 ม.ค. 52 21:35:16 A:118.174.190.56 X: ]



        ความคิดเห็นที่ 18

        จะเลียอะไร ก็ให้อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงบ้าง ไอ้ที่ด่ามา มาร์คจะทำหมดแหละ

        จากคุณ : นัทตี้ เขียม - [ 16 ม.ค. 52 21:48:05 A:222.123.62.207 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 19

        ประหยัด 0.19 ล้านล้าน หรือล้มโครงการ 1.9 แสนล้านกันแน่
        แล้วมาสร้างโครงการใหม่กู้ 2.2 ล้านล้าน
        สร้างโครงการใหม่ สร้างหนี้ใหม่เยอะกว่ากี่เปอร์เซ็นต์


        จากคุณ : เทพดีดี (เทพดีดี) - [ 16 ม.ค. 52 21:54:35 A:124.122.226.200 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 20

        ตั้งใจให้เวลารัฐบาลนี้ทำงานก่อนครับ

        แต่ไม่เห็นด้วยกับบทความนี้เพราะ.....

        1. หากนับว่าการระงับโครงการลงทุนที่สำคัญคือผลงาน ก็ลองไม่ต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายแผ่นดิน โดยเฉพาะงบลงทุนดูซิครับ จะประหยัดได้อีกกว่า ล้านล้านบาท

        2. ในช่วงปลอดศึกสงครามและภัยจากนอกประเทศ ลอง show power ช่วยประหยัดงบประมาณด้านการทหารดูบ้างซิครับ, GDP Growth ก็ไม่กระทบจากการเขียมงบลงทุนภาครัฐเหมือนข้อ 1


        เคยเห็นนัก บริหารสไตล์คนทำบัญชีหัวสี่เหลี่ยมบางคนบริหารงาน ตัดงบลงทุนออกแทบเหี้ยน อะไรก็บอกไม่สำคัญ ไม่เร่งด่วน รอได้ แล้วคุยว่าประหยัดเงินให้บริษัทได้มากมาย ผลองค์กรเจ๊งเพราะ คนเก่งไหลออกหมด ระบบงานล้มเหลวไม่ไหลลื่น สุดท้ายช่องว่างระหว่างรายได้และรายจ่ายยิ่งถ่างหนักขึ้น


        จากคุณ : ads - [ 16 ม.ค. 52 22:00:52 A:192.168.0.17 X:124.121.137.81 ]


        ความคิดเห็นที่ 21

        ขอเชฟไว้ดูเล่นๆ

        จากคุณ : สุทัด - [ 16 ม.ค. 52 22:35:28 A:192.168.0.17 X:58.64.65.136 ]


        ความคิดเห็นที่ 22

        โครงการไหนยกเลิกก็ไม่เสียดายเท่า "โครงการผันน้ำจากลาวลอดอุโมงค์ใต้แม่น้ำโขงสู่ภาคอีสานของไทย" ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนทั่วทั้งอีสาน..

        งานทำเพื่อคนจน มาร์คไม่เคยแม้แต่คิดถึงนะ..ขอให้เจริญๆ(ลง)โดยเร็ววัน


        จากคุณ : กาแฟยามบ่าย - [ 16 ม.ค. 52 22:54:37 A:124.121.137.65 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 23

        ทำอะไรก้อไม่เป็น แล้วยังอยากจะเป็นนายก

        จากคุณ : thongk - [ 17 ม.ค. 52 00:06:13 A:58.8.200.177 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 24

        ...




        จากคุณ : jesophine889 - [ 17 ม.ค. 52 00:12:05 A:58.136.49.203 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 25

        สาธุ๊.....แต่ทำไม่ผมได้ยินข่าวตอนเย็นว่า ขาดดุลไป 200,000 ล้านแล้วหว่า สงสัยหูแว่ว

        อ่านจากข่าวแล้วเหมือนที่คนในพรรคท่านพูดไว้ว่าปชปเป็นพรรค....


        จากคุณ : Ken - [ 17 ม.ค. 52 00:14:11 A:192.168.0.17 X:58.8.87.104 ]


        ความคิดเห็นที่ 26

        โฮปเวลล์ ภาค 2 เหรอครับ

        ต่อไปก็ไม่ต้องทำอะไรแล้วล่ะ เข้ามาขวาง ยุบ เลิก
        ไม่ทำอะไรใหม่นอกจาก กู้ๆๆๆๆๆๆ มากระตุ้นเศรษฐกิจ


        จากคุณ : Jump Master - [ 17 ม.ค. 52 00:22:59 A:58.9.147.62 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 27

        น้องมาร์คจะบอกว่า "ยังไม่เคยได้รับรายงาน ว่าอีสานแล้ง"

        จากคุณ : jairo - [ 17 ม.ค. 52 00:37:01 A:202.149.25.225 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 28

        ประหยัดแบบบ๊องตื้น จบอ๊อกฟอร์ดคิดได้แค่เนี้ยจริงเหรอ





        จากคุณ : หนองยาง - [ 17 ม.ค. 52 02:33:49 A:58.10.128.62 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 29

        ถ้ามีเงินอยู่แล้ว แล้วเอาไปใช้เท่าที่จำเป็น อันนี้ถึงจะเรียกประหยัด

        แต่ถ้าเงินไม่มี แล้วเลิกซื้อ อย่างหนึ่ง แต่ก็ไปกู้มาเพื่อซื้ออีกอย่าง มันประหยัดตรงไหน

        หรือว่า ผมฉลาดน้อยกว่่า คนจบนอก


        จากคุณ : นายสบายสบาย - [ 17 ม.ค. 52 08:03:42 A:10.1.2.14 X:58.8.244.247 ]


        ความคิดเห็นที่ 30

        เจ้าของกระทู้ โดนไปเยอะ จุกมั้ยครับ...ถ้าสมองคุณยังคิดด้านเดียว มันก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ....

        จากคุณ : longdo (Longdo777) - [ 17 ม.ค. 52 11:26:28 A:192.168.0.17 X:124.121.8.142 ]


        ความคิดเห็นที่ 31

        อีสานแล้งเพราะอะไร
        ปริมาณฝนตกต่อปี เท่าไรรู้ไหม

        สภาพดินเป็นดินแบบไหน
        สภาพภูมิประเทศเป็นแบบที่ราบสูง โครงสร้างหินเป็นแบบไหน
        การสร้างอ่างเก็บน้ำจะส่งผลต่อพื้นที่กว้างขนาดไหน
        ทำไมนักวิชาการถึงเสนอให้ใช้ระบบส่งน้ำ

        ไปหาความรู้กันก่อน ถ้าคนอีสานมีน้ำไหนผ่านหมู่บ้าน อีสานจะยิ่งใหญ่
        เพราะคนอีสานมีความขยันสู้งานอยู่แล้ว
        โอกาสน้อยเพราะไม่มีใครให้โอกาส
        สู้พวกอพยพมาจากที่อื่นไม่ได้ มีความช่วยเหลือมากมาย


        จากคุณ : คนแดนไท - [ 17 ม.ค. 52 18:18:04 A:124.121.89.9 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 32

        เหมือนรัฐบาลนี้ตั้งใจศึกษาหางบประมาณเพื่อนำมาถลุงเล่นเท่านั้น
        อะไรที่มีประโยชน์ไม่นำพา


        จากคุณ : manowhoo - [ 21 ม.ค. 52 21:46:25 A:119.42.78.81 X: ]


        ความคิดเห็นที่ 33

        โครงการผันน้ำเป็นหมันเหรอเนี่ย เซงเลย

        อยากย้ายประเทศจริงๆ


        จากคุณ : nessuzzura - [ 24 ม.ค. 52 22:38:07 A:192.168.0.17 X:125.25.70.134 ]


        ความคิดเห็นที่ 34

        ผมในฐานะ นักธรณี จบมาจากมหาลัยทางภาคอีสาน

        แล้วคลุกคลีกับการสำรวจข้อมูลโครงสร้างหินทางภาอีสาน

        ขอแย้งที่นายกคนนี้บอกว่าจะพัฒนาแหล่งน้ำในประเทศเอา

        ผมจะบอกว่าไม่มีทาง เพราะโครงสร้างมันเป็นหินเกลือ โดยส่วนมาก

        คุณเอาน้ำธรรมชาติมาใช้ไงก็เป็นน้ำเค็ม

        ดีสุดก็น้ำกร่อย คุณเคยลองชิมดูไหมว่าน้ำเค็มอะมันขม มันไม่ได้เค็มเหมือนชื่อ

        หรือคุณจะรอให้ฝนตกแล้วสร้างเขื่อน

        เสียใจแทนพี่น้องอีสานที่ยังต้องทนแล้งไปอีก

        ใครที่บอกไม่แล้งอะ รู้จักทุ่งกุลาร้องไห้ รึเปล่าครับ


        จากคุณ : Bach_Ho - [ 31 ม.ค. 52 02:28:00 A:192.168.0.17 X:58.8.130.108 ]




ภาพจากคุณ หนองยาง