บันทึกเรื่องราว สืบสาวความจริง ทิ้งไว้ให้ลูกหลาน.
Save the stories. Investigate the truth. Give to the next generation.


24 มิถุนายน 2552

<<< ถ้าเปลี่ยนการผูกขาดจากรัฐเป็นเอกชน ก็ไม่ต่างอะไรกับน้ำมันเบนซิน 95 ยามนี้ >>>

การแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่กลับมาฮิตอีกครั้งยามนี้
เป็นไปตามคาดดังที่เคยเขียนบทความไว้นานแล้ว
และที่เอามาลงในเว็บนี้
ก็มี 2 บทความตามนี้

<<< แนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบ Gumagin >>>
http://maha-arai.blogspot.com/2009/03/blog-post_1140.html

<<< จะแปรรูปเพื่อกู้เพิ่ม ระวังจะซ้ำเติมประเทศในภายหลัง >>>
http://maha-arai.blogspot.com/2009/05/blog-post_21.html

เคยเขียนดักคอไว้นานแล้วว่า
การก่อหนี้สาธารณะมากๆ
ก็ต้องหาเรื่องลดยอดหนี้ลงทางบัญชี
ด้วยการแปรรูปรัฐวิสาหกิจออกไป
หนี้ของรัฐวิสาหกิจก็ยังติดตัวรัฐวิสาหกิจนั้นไป
โดยอาจเสียดอกแพงขึ้น
เดี๋ยวก็คงไปชาร์จกับผู้บริโภคต่อไป
แต่ยอดหนี้สาธารณะจะลดลงอย่างรวดเร็ว
มากพอที่รัฐจะไปก่อหนี้เพิ่มได้อีก
เช่นตอนนี้กำลังจะก่อหนี้ไปชนที่ 60% ต่อ GDP
ในขณะที่ตอนนี้อยู่ที่ราว 40% ต่อ GDP
ส่วนหนึ่งใน 40% เป็นหนี้ของรัฐวิสาหกิจ
ที่รัฐวิสาหกิจนั้นๆ จะใช้หนี้เอง
แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นหนี้รัฐโดยตรง
ที่รัฐจะไปหารายได้เช่น รีดภาษีมาใช้หนี้
ถ้าเงินกู้ล่าสุดผ่านและจะตามมาอีกงวดสองงวด
รวมแล้วจะก่อหนี้เพิ่มไปประมาณล้านกว่าบาท
จะมีหนี้สาธารณะรวมเกือบ 60% หรือมากกว่านั้น
ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี GDP ลดลง
ก็ต้องรีดภาษีอีกประมาณเท่าตัวจากที่รีดในปัจจุบัน
และถ้าแปรรูปออกไปสำเร็จ
แล้วก่อหนี้เพิ่มอีกจนเต็มส่วนของหนี้รัฐวิสาหกิจเดิม
อาจจะต้องรีดภาษีอีกเท่าตัว
รวมแล้วอีกประมาณ 2 เท่าตัวจากปัจจุบัน
คนที่จะโดนรีดภาษีเพิ่มก็ไม่ใช่ใครที่ไหน
มนุษย์เงินเดือนและบริษัทห้างร้านต่างๆ

คราวนี้มาพูดถึงประเด็นการแปรรูปรัฐวิสาหกิจดีไหม
ก็ต้องบอกว่าดี ถ้าแปรรูปแล้วมีการแข่งขันที่สมบูรณ์
เช่น การบินไทยก็มีสายการบินต่างๆ เป็นคู่แข่งระดับโลกทั้งนั้น
และสมัยก่อนการบินไทยก็เคยติดอันดับต้นๆ ของโลกเหมือนกัน
ปตท. ก็มีคู่แข่งระดับโลกเหมือนกัน
อย่าง SHELL , ESSO พวกนี้ระดับโลกทั้งนั้น
ปตท.ก็แข่งขันได้และประชาชนก็ยังมี ปตท.
และคู่แข่งของปตท. ถ่วงดุลราคากัน
ไม่ให้น้ำมันแพงมากเกินไป

แต่ถ้าแปรรูปแล้วไม่มีคู่แข่ง
แค่แปรสภาพจากการผูกขาดโดยรัฐวิสาหกิจหรือรัฐบาล
มาเป็นการผูกขาดโดยเอกชนแทน
ผลที่จะตามมาก็จะเหมือนกับราคาน้ำมันเบนซิน95 ยามนี้
ซึ่งข้อมูลโครงสร้างราคาน้ำมันล่าสุด ดูได้ที่นี่

<<< ติดตามสถานการณ์น้ำมันและโครงสร้างราคาน้ำมันล่าสุด >>>
http://maha-arai.blogspot.com/2009/06/blog-post_5405.html

ราคาน้ำมันเบนซิน 95 ( ULG 95R ) ยามนี้
รัฐปล่อยให้ค่าการตลาด ( MARKETING MARGIN )
เกือบ 6 บาท แถมยังเก็บเงินเข้ากองทุนอีก 5.2 บาทต่อลิตร
เลยดันให้ราคาน้ำมันเบนซิน 95 พุ่งไปประมาณ 39 บาทต่อลิตร
ในขณะราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นก็พอๆ กับเบนซิน 91
แต่ราคาขายปลีกสุทธิต่างกันมาก
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการผูกขาดโดยเอกชน
เนื่องจาก ปตท. เลิกผลิตน้ำมันประเภทนี้แล้ว
ทำให้ไม่มีการถ่วงดุลเรื่องราคา
จึงทำให้ราคาแพงมากกว่าน้ำมันประเภทอื่น
ที่ ปตท. ยังผลิตอยู่

เช่นเดียวกัน การแปรรูป กฟผ. หรือ รฟท.
ถ้าแปรแล้วไม่มีคู่แข่งก็จะทำให้ผู้บริโภค
ต้องใช้ค่าไฟ ค่าโดยสารรถไฟ
แพงขึ้นกว่าเดิมแน่นอน
และที่สำคัญไม่ง่ายด้วย ถ้าคิดจะแปรรูป
เพราะจะมีการคัดค้านขัดแข้งขัดขาไปตลอดเวลา
ทำให้แทนที่จะดีขึ้นกับตกต่ำหนักกว่าเก่า
ประชาชนเดือดร้อนกว่าเก่า

ข้อเสนอของผมก็คือ
การแปรรูปรัฐวิสาหกิจใดๆ
ควรสร้างคู่แข่งขึ้นมาก่อน
โดยการเปิดเสรีให้เอกชนเข้ามาลงทุนแข่ง
เช่น มาเปิดโรงไฟฟ้าแข่ง
มาทำรถไฟความเร็วสูง
กรุงเทพ-โคราช หรือ กรุงเทพ- เชียงใหม่
เมื่อมีคู่แข่งแล้วถ้ารัฐวิสาหกิจเหล่านั้น
คิดว่าสู้ได้อยู่กันได้
ก็ไม่ต้องแปรรูป
ถ้าคิดว่าสู้ไม่ได้วันไหน
ตกลงกันได้แล้วในองค์กร
ค่อยมาอ้อนวอนขอแปรรูป
แบบนี้จะมีการคัดค้านน้อยกว่า
และจะเป็นการเต็มใจ
อยากแปรรูปโดนยอมรับสภาพมากกว่า
เพราะการแปรรูปโดยไม่มีคู่แข่ง
เป็นแปรรูปเพื่อให้รัฐก่อหนี้เพิ่มขึ้นอย่างเดียว
ไม่ได้เป็นการแปรรูปเพื่อผู้บริโภคจะได้บริการอะไรดีขึ้น
หรือมีทางเลือกอะไรมากขึ้น

โดย มาหาอะไร